หน้าหลัก | ติดต่อเรา | Sitemap THAI ENG
พื้นที่ประสบภัยพิบัติ
OpenCare
รับบริจาคสิ่งของ
การรับบริจาคเงิน
ข่าวประกวดราคา
 สมัครรับข่าวสาร
 
สมัครข่าวสาร ยกเลิก


ข้อมูลภัยพิบัติ >> ข้อมูลวิชาการ >> แผ่นดินไหว
สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว


 
การเกิดแผ่นดินไหวอาจมีด้วยกันหลายสาเหตุซึ่งแสดงไว้ในตารางดังนี้
 
เกิืดภายในโลก
เกิดภายนอกโลก
ทั้งภายในและภายนอกโลก
แผ่นดินไหวเกิดจากรอยเลื่อนระเบิด ใต้ดิน
ลม ความดันบรรยากาศ
การระเบิดของภูเขาไฟ
การไหลหมุนเวียนของน้ำใต้ดิน
คลื่นในทะเล น้ำขึ้นหรือลง
แผ่นดินถล่ม
การเคลื่อนตัวของหินหลอมละลาย
ความสั่นสะเทือนจากกิจกรรมของมนุษย์เช่น จราจร ระเบิดเป็นต้น
-
การเปลี่ยนแปลงสถานะใต้ดิน
การชนของอุกาบาต
-
การทำเหมือง
-
-
การยุบตัวใต้ดิน
-
-

 

ตัวอย่างการเกิดแผ่นดินไหวโดยธรรมชาติ

แผ่นดินไหวเกิดจากแรงภายในเปลือกโลก (Tectonic Earthquake)
แผ่นดินไหวเกิดจากภูเขาไฟระเบิด (Volcano Eruption)
แผ่นดินไหวเกิดจากการยุบตัวหรือพังทลายของโพรงใต้ดิน (Implosion)
ความสั่นสะเทือนจากคลื่นมหาสมุทร (Oceanic Microseism)
 
 
ตัวอย่างการเกิดแผ่นดินไหวโดยการกระทำของมนุษย์

เหตุการณ์ที่ควบคุมได้ เช่น การระเบิด หรือจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ เช่น การจราจร เครื่องจักรเครื่องยนต์ การระเบิดบน
   พื้นผิวหรือใต้ดิน เป็นต้น
แผ่นดินไหวจากการกระตุ้น (Induced or Tiggered Events) เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ การทำเหมือง การฉีดของเหลวลงใต้ดิน
   เป็นต้น
โดยทั่วไปแผ่นดินไหวที่ทำความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์เป็นจำนวนมากได้แก่แผ่นดินไหวซึ่งเกิดจากแรง
   เทคโทนิคในเปลือกโลก ปัจจัยที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวเนื่องจากแรงเทคโทนิคนี้ ได้แก่
 
 
ก. ลักษณะโครงสร้างของโลก ซึ่งสามารถแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกป็นแกนโลกอยู่ลึกที่สุดและมีอุณหภูมิสูงมากซึ่งเป็นต้นกำเนิดทำให้ชั้นหินหลอมละลายมีการเคลื่อนตัว ส่วนที่สองเป็นชั้นหินหลอมละลาย เป็นของแข็งแต่มีคุณสมบัติของการเคลื่อนตัวคล้ายของเหลวแต่มีความเร็วช้ามากอยู่ในระดับหลายเซนติเมตรต่อปี และส่วนที่เป็นเปลือกโลก ที่ห่อหุ้มโลกอยู่มีความหนาน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของโลก และไม่ได้เป็นชิ้นเดียวกัน แบ่งออกเป็นชิ้นใหญ่ๆได้ประมาณ 10 ชิ้น

รูปที่ 1 การเคลื่อนตัวของหินหลอมละลาย ภายในโลก

รูปที่ 1
การเคลื่อนตัวของหินหลอมละลาย ภายในโลก

ข. การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกชิ้นต่างๆ เนื่องจาก ชั้นหินหลอมละลายได้รับพลังงานความร้อนจากแกนโลกและลอยตัวขึ้นผลักดันเปลือกโลกอยู่ตลอดเวลาดังรูปที่ 1 เปลือกโลกแต่ละชิ้นจะมีทิศทางการเคลื่อนตัวต่างๆ กัน พร้อมกับสะสมพลังงานไว้ภายใน บริเวณตรงขอบของเปลือกโลกจึงเป็นส่วนที่มีการชนกันหรือเสียดสีกันหรือแยกจากกัน หากบริเวณขอบของชิ้นเปลือกโลกใดๆ ที่ไม่สามารถทนแรงอัดได้ก็จะแตกหักและมีการเคลื่อนตัวโดยฉับพลัน หรือบางครั้งผลักดันให้เปลือกโลกอีกชิ้น คดโค้งต่อจากนั้นเมื่อสะสมพลังงานมากก็จะดีดตัวกลับเพื่อรักษาสมดุลย์ กระตุ้นให้เกิดความสั่นสะเทือนแผ่กระจายไปทุกทิศทาง บริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่มีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ โดยบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกเป็นบริเวณแนวแผ่นดินไหวของโลกดังรูปที่ 2 หากพาดผ่านหรืออยู่ใกล้กับประเทศใด ประเทศนั้นจะมีความเสี่ยงต่อภัยแผ่นดินไหวค่อนข้างสูง เช่น ประเทศญี่ปู่น ฟิลิปปินส์ ชิลี สหรัฐอเมริกา เป็นต้น นอกจากนั้นแรงที่สะสมในเปลือกโลกยังถูกส่งผ่านเข้าไปในพื้นทวีปตรงบริเวณรอยร้าวของหินใต้พื้นโลกหรือที่เรียกว่า รอยเลื่อน (Fault) ในกรณีที่รอยเลื่อนใดๆ ไม่สามารถทนแรงที่บดอัดได้ก็จะมีการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลันเช่นกัน เพื่อปรับความสมดุลย์ของแรง กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว กระจายคลื่นความสั่นสะเทือนไปทุกทิศทาง เรียกบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวภายในเปลือกโลกใต้พื้นดินว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่แท้จริง (Hypocenter) และเรียกบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวตรงผิวพื้นข้างบนซึ่งสามารถกำหนดพิกัดเป็นตำบลที่ ละติจูดและลองจิจูด ว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวบนผิวพื้น (Epicenter)

รูปที่ 2 แนวแผ่นดินไหวของโลก

รูปที่ 2 แนวแผ่นดินไหวของโลก

 
 
 
 
 
 
 

สงวนลิขสิทธิ์ 2009 สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เลขที่ 1871 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330